บริการ

ร้านของเรามีบริการครบทั้ง โต๊ะชาบู 2 in 1
— หม้อชาบูไซส์กลางสำหรับ 6–8 ท่าน
พร้อมเตาปิ้งย่างไร้ควัน และ ชาบูสายพานส่วนตัว คนละหม้อ
สำหรับลูกค้าที่มาคนเดียวหรือคู่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
น้ำซุปชาบูให้เลือกมากกว่า 10 รสชาติ ครบทั้งเผ็ดจัดจ้าน
หอมกลมกล่อม และซุปสุขภาพ
อาหารสดใหม่ หยิบเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น คิดราคาตามสีภาชนะ
ฟรี! น้ำแข็ง เครื่องดื่มบางรายการ และผลไม้ไอศกรีม
⏰ เปิดบริการทุกวัน 11:00 น. – 05:00 น.
✨ มอบประสบการณ์อร่อยสุดคุ้ม พร้อมบรรยากาศที่ทั้งหรูหราและอบอุ่น
— หม้อชาบูไซส์กลางสำหรับ 6–8 ท่าน
พร้อมเตาปิ้งย่างไร้ควัน และ ชาบูสายพานส่วนตัว คนละหม้อ
สำหรับลูกค้าที่มาคนเดียวหรือคู่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
น้ำซุปชาบูให้เลือกมากกว่า 10 รสชาติ ครบทั้งเผ็ดจัดจ้าน
หอมกลมกล่อม และซุปสุขภาพ
อาหารสดใหม่ หยิบเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น คิดราคาตามสีภาชนะ
ฟรี! น้ำแข็ง เครื่องดื่มบางรายการ และผลไม้ไอศกรีม
⏰ เปิดบริการทุกวัน 11:00 น. – 05:00 น.
✨ มอบประสบการณ์อร่อยสุดคุ้ม พร้อมบรรยากาศที่ทั้งหรูหราและอบอุ่น
เมนูน้ำซุปชาบูไซส์กลาง และชาบูสายพาน คนละหม้อ
- ซุปหม่าล่าสไตล์ ฉงชิ่ง ( แบบเผ็ดชา)
- ซุปหม่าล่า ( เผ็ดแต่ไม่ชา )
- ซุปกระดูหมู
- ซุปฟักทอง
- ซุปมะเขือเทศ
- ซุปไก่ชาบู
- ซุปน้ำดำญี่ปุ่น
-ซุปหม่าล่าพิเศษ
-น้ำซุปหม้อ 2 ช่อง
- ซุปหม่าล่าพิเศษ 2 ช่อง (เลือกได้ 2 อย่าง)
- ซุปหม่าล่าสไตล์ ฉงชิ่ง ( แบบเผ็ดชา)
- ซุปหม่าล่า ( เผ็ดแต่ไม่ชา )
- ซุปกระดูหมู
- ซุปฟักทอง
- ซุปมะเขือเทศ
- ซุปไก่ชาบู
- ซุปน้ำดำญี่ปุ่น
-ซุปหม่าล่าพิเศษ
-น้ำซุปหม้อ 2 ช่อง
- ซุปหม่าล่าพิเศษ 2 ช่อง (เลือกได้ 2 อย่าง)


หม่าล่าฉงชิ่ง (重庆麻辣)
คือ “ต้นตำรับ” ของน้ำซุปหม่าล่าที่มีชื่อเสียงมาจากเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดของหม่าล่าที่แท้จริง จุดเด่นของหม่าล่าฉงชิ่งอยู่ที่ ความเผ็ดร้อนและความชาที่ลงตัว จากการผสมผสานพริกแห้งและเมล็ดพริกหอม (花椒, Huājiāo) ที่ให้ความรู้สึกชา ๆ บนลิ้น เอกลักษณ์นี้เองที่ทำให้ซุปหม่าล่าฉงชิ่งแตกต่างจากหม่าล่าที่ดัดแปลงในภูมิภาคอื่น ๆ
ลักษณะเด่นของหม่าล่าฉงชิ่ง
ความเผ็ดจัด + ความชาลิ้น: ใช้พริกแห้งหลายชนิดและพริกหอม (เสฉวนพริกไทย) ปรุงรวมกัน
เครื่องเทศหลากหลาย: เช่น โป๊ยกั๊ก อบเชย กานพลู ขิง กระเทียม เพื่อสร้างกลิ่นหอมเข้มข้น
น้ำมันพริกแดงสด: ใช้น้ำมันพริก (辣油) ทำให้ซุปมีสีแดงเข้มสวยงามและรสชาติจัดจ้าน
ซุปเข้มข้น: ต้มเคี่ยวกับกระดูกหมูหรือกระดูกวัวเพื่อให้รสน้ำซุปมีความกลมกล่อม
วัฒนธรรมการกิน
หม่าล่าฉงชิ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Hotpot (火锅, ฮั่วกัว) แบบฉบับดั้งเดิมของชาวฉงชิ่ง เวลากินนิยมใช้หม้อไฟแบ่งช่อง (鸳鸯锅) ที่มีทั้งซุปหม่าล่าแบบเผ็ดชา และซุปใสแบบอ่อน ๆ ให้เลือกตามระดับความเผ็ดที่ชอบ
คือ “ต้นตำรับ” ของน้ำซุปหม่าล่าที่มีชื่อเสียงมาจากเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดของหม่าล่าที่แท้จริง จุดเด่นของหม่าล่าฉงชิ่งอยู่ที่ ความเผ็ดร้อนและความชาที่ลงตัว จากการผสมผสานพริกแห้งและเมล็ดพริกหอม (花椒, Huājiāo) ที่ให้ความรู้สึกชา ๆ บนลิ้น เอกลักษณ์นี้เองที่ทำให้ซุปหม่าล่าฉงชิ่งแตกต่างจากหม่าล่าที่ดัดแปลงในภูมิภาคอื่น ๆ
ลักษณะเด่นของหม่าล่าฉงชิ่ง
ความเผ็ดจัด + ความชาลิ้น: ใช้พริกแห้งหลายชนิดและพริกหอม (เสฉวนพริกไทย) ปรุงรวมกัน
เครื่องเทศหลากหลาย: เช่น โป๊ยกั๊ก อบเชย กานพลู ขิง กระเทียม เพื่อสร้างกลิ่นหอมเข้มข้น
น้ำมันพริกแดงสด: ใช้น้ำมันพริก (辣油) ทำให้ซุปมีสีแดงเข้มสวยงามและรสชาติจัดจ้าน
ซุปเข้มข้น: ต้มเคี่ยวกับกระดูกหมูหรือกระดูกวัวเพื่อให้รสน้ำซุปมีความกลมกล่อม
วัฒนธรรมการกิน
หม่าล่าฉงชิ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Hotpot (火锅, ฮั่วกัว) แบบฉบับดั้งเดิมของชาวฉงชิ่ง เวลากินนิยมใช้หม้อไฟแบ่งช่อง (鸳鸯锅) ที่มีทั้งซุปหม่าล่าแบบเผ็ดชา และซุปใสแบบอ่อน ๆ ให้เลือกตามระดับความเผ็ดที่ชอบ
วิธีการปรุงน้ำจิ้มชาบู
1. เลือกซอสฐาน (Base Sauce)
เริ่มจากการเลือก ซอสหลัก ที่เป็นตัวกำหนดรสชาติสำคัญของน้ำจิ้ม
ซอสงา→ รสเข้มข้น หอมมัน
น้ำมันงากระเทียม → รสเบา หอมสดชื่น
ซอสซาเต → กลมกล่อม เค็มหวานมัน
ซีอิ๊วญี่ปุ่น / ซีอิ๊วขาว → เค็มนุ่มนวล เน้นความสดของวัตถุดิบ
เติมรสชาติ
เมื่อเลือกฐานได้แล้ว ให้เติมวัตถุดิบเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ
เพิ่มความหอม: กระเทียมสับ, หอมซอย, ผักชี
เพิ่มความเผ็ด: พริกสด, พริกป่น, พริกหม่าล่า
เพิ่มความเปรี้ยวสดชื่น: น้ำมะนาว, น้ำส้มสายชู, ซอสพอนซึ
เพิ่มความหวานกลมกล่อม: น้ำตาลทราย, น้ำตาลอ้อย, น้ำเชื่อม
เพิ่มรสเข้มข้น: เต้าหู้ยี้, ซอสหอยนางรม, ซอสเห็ดหอม
3. ปรับแต่งตามสไตล์ส่วนตัว (Personalize Your Sauce)
ถ้าทาน หม้อซุปใส → ควรใช้น้ำจิ้มรสเข้ม เช่น ซอสงา หรือซอสซาเต
ถ้าทาน หม้อหม่าล่า → ใช้น้ำมันงากระเทียม หรือซอสแห้งพริกป่น จะช่วยตัดรสเผ็ดร้อน
ถ้าทาน ซีฟู้ด → ใช้น้ำจิ้มซีอิ๊วผสมพริกสด กระเทียม ผักชี จะดึงรสชาติอาหารทะเลออกมา
ถ้าชอบ รสชาติกลมกล่อมแบบไทย → เติมถั่วบด น้ำจิ้มสุกี้ หรือน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน
เคล็ดลับเพิ่มเติม
ลอง ปรุงผสมหลายแบบ เช่น ใส่งาบดในซอสงาเพิ่มความหอม หรือใส่ผักชีลงในซอสกระเทียมน้ำมันงาเพื่อให้สดชื่น
ควรชิมทีละน้อยและปรับรสตามความชอบ เพื่อหาสูตร “น้ำจิ้มในแบบของคุณ”
✨ น้ำจิ้มที่ดี คือ หัวใจของการกินชาบูให้อร่อยครบเครื่อง และที่ร้านจงหัว เรามีเครื่องปรุงให้เลือกครบครัน ลูกค้าสามารถสนุกกับการผสมรสชาติได้เอง หรือให้พนักงานช่วยปรุงสูตรพิเศษของร้านได้เช่นกันครับ
1. เลือกซอสฐาน (Base Sauce)
เริ่มจากการเลือก ซอสหลัก ที่เป็นตัวกำหนดรสชาติสำคัญของน้ำจิ้ม
ซอสงา→ รสเข้มข้น หอมมัน
น้ำมันงากระเทียม → รสเบา หอมสดชื่น
ซอสซาเต → กลมกล่อม เค็มหวานมัน
ซีอิ๊วญี่ปุ่น / ซีอิ๊วขาว → เค็มนุ่มนวล เน้นความสดของวัตถุดิบ
เติมรสชาติ
เมื่อเลือกฐานได้แล้ว ให้เติมวัตถุดิบเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ
เพิ่มความหอม: กระเทียมสับ, หอมซอย, ผักชี
เพิ่มความเผ็ด: พริกสด, พริกป่น, พริกหม่าล่า
เพิ่มความเปรี้ยวสดชื่น: น้ำมะนาว, น้ำส้มสายชู, ซอสพอนซึ
เพิ่มความหวานกลมกล่อม: น้ำตาลทราย, น้ำตาลอ้อย, น้ำเชื่อม
เพิ่มรสเข้มข้น: เต้าหู้ยี้, ซอสหอยนางรม, ซอสเห็ดหอม
3. ปรับแต่งตามสไตล์ส่วนตัว (Personalize Your Sauce)
ถ้าทาน หม้อซุปใส → ควรใช้น้ำจิ้มรสเข้ม เช่น ซอสงา หรือซอสซาเต
ถ้าทาน หม้อหม่าล่า → ใช้น้ำมันงากระเทียม หรือซอสแห้งพริกป่น จะช่วยตัดรสเผ็ดร้อน
ถ้าทาน ซีฟู้ด → ใช้น้ำจิ้มซีอิ๊วผสมพริกสด กระเทียม ผักชี จะดึงรสชาติอาหารทะเลออกมา
ถ้าชอบ รสชาติกลมกล่อมแบบไทย → เติมถั่วบด น้ำจิ้มสุกี้ หรือน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน
เคล็ดลับเพิ่มเติม
ลอง ปรุงผสมหลายแบบ เช่น ใส่งาบดในซอสงาเพิ่มความหอม หรือใส่ผักชีลงในซอสกระเทียมน้ำมันงาเพื่อให้สดชื่น
ควรชิมทีละน้อยและปรับรสตามความชอบ เพื่อหาสูตร “น้ำจิ้มในแบบของคุณ”
✨ น้ำจิ้มที่ดี คือ หัวใจของการกินชาบูให้อร่อยครบเครื่อง และที่ร้านจงหัว เรามีเครื่องปรุงให้เลือกครบครัน ลูกค้าสามารถสนุกกับการผสมรสชาติได้เอง หรือให้พนักงานช่วยปรุงสูตรพิเศษของร้านได้เช่นกันครับ
